เห็นกระทู้นี้ต้องรีบตอบ เพราะผมก็พึ่งเข้าไปช่วยร้านเพื่อนมาร้านนึง

เจ้าของบทความจากความคิดเห็นที่ 143



หืม เห็นกระทู้นี้ต้องรีบตอบ เพราะผมก็พึ่งเข้าไปช่วยร้านเพื่อนมาร้านนึง

เป็นร้านเพื่อนผม ผมเข้าไปคุยเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว เป็นร้านอาหารครับ เพื่อนเล่าให้ฟังว่า ช่วงปีที่แล้ว ขายดีมาก ขายแบบทำสามคน ทำกันไม่ทันเลย ตอนแรกทำข้าวแกง ก็ขายดีอย่างที่ว่า หัวหมุนเหนื่อยมาก หมดสภาพทุกวัน ต่อมาไม่ค่อยดี เลยปรับไปขายข้าวเป็นกล่องๆ ตอนเช้า ก็ขายดีอีก แล้วก็ซบเซา ต่อมาก็เลย ขายข้าวขาหมู ดีมาก อร่อย คนกินติดใจ แล้วก็ทำตามสั่งไปด้วยเลย ก็ได้เรื่อยๆ แต่สามเดือนที่ผ่านมา ซบเซามาก จนต้องหยุดขาหมู เพราะต้นทุนสูง และ วันที่ผมเข้าไปคุย กำลังจะเลิกขายตามสั่งด้วย และกำลังจะไปไม่รอดอีกต่างหาก ตอนนี้ก็ทำคนเดียวแล้ว เพราะลดต้นทุน



สิ่งที่ผมเห็น คืออะไรรู้มั้ยครับ จะ list ให้
1. ขายตามสั่ง แต่คนสั่งกระเพราหมูกรอบ บอกว่าไม่มี วันนี้ไม่ได้ทำ คนก็เดินจากไป > เรื่องราวก็คือ ทำแล้ว ขายไม่หมด ก็เลยไม่ได้ทำ มันเป็นต้นทุน ก็เลยพยายามมลดต้นทุนไปเรื่อยๆ ตัดไปทีละอย่าง ทีละอย่าง
2. วัตดุดิบในตู้ก็ไม่สด ผัก เอยอะไรเลย ไม่สดเลย เพราะขายไม่ดีก็ไม่ค่อยได้ซื้อเพิ่ม
3. ผมเห็นของหลายอย่างในร้าน เป็นวัตถุดิบที่ไม่ใหม่ แปลว่า การบริหารจัดการ stock ไม่ดี
4. ตอนนี้ ทุนหมดแล้ว เริ่มเป็นหนี้แล้ว จากที่เคยมีเงินเก็บ




5. กำลังจะเปลี่ยนเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เพราะมีคนถามหา
6. ที่นั่งน้อย และไม่น่านั่ง (ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่)
7. ไม่ได้ทำบัญชีเลย
8. คิดไม่ออกว่าจะแก้สถานการณ์อย่างไร ทั้งที่เคยทำร้านอาหารมานานหลายปี หลายประเทศ (เป็น cook แต่ว่าก็มีต้องออกไปจ่ายตลาดเองบ้าง ไม่บ่อย) คิดได้แค่ว่าจะเปลี่ยนไปขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ได้แค่นั้นจริงๆ แต่ยังไงต่อยังไม่รู้



สิ่งที่ผมบอกคือ
1. เลิกคิดขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อซะ > เพราะไม่มีหลักประกันอะไรว่า คนจะมากิน แล้วทำขายไม่หมด ก็เป็นต้นทุนอีกเหมือนเดิม
2. คนแถวนั้น ก็ไม่ได้มีเงินเยอะ ดังนั้นก๋วยเตี๋ยวเนื้อมีราคา เค้าจะกินได้บ่อยแค่ไหนกัน (ผมพิจารณาจากพื้นที่)
3. ให้เริ่มทำต้นทุนที่แท้จริงซะ จะได้รู้ว่า อาหารไหน ต้นทุนที่แท้จริงคือเท่าไร (ผมเรียนมาครับ, เพื่อนก็เข้าใจด้วย เพราะทำร้านมาก่อน แต่หลังๆบอกว่า ยุ่ง เลยไม่ได้ทำแล้วก็ไม่ได้ทำอีกเลย)



4. ให้เริ่มทำรายรับรายจ่ายซะ จะได้รู้
5. ผมแนะนำให้ขายอาหารจานเดียว ชนิดหนึ่ง จริงๆ ผมยื่นข้อเสนอให้ 2 ชนิดอาหาร ตัวหนึ่งต้นทุนสูงกว่า > เพื่อนเลือกชนิดที่ต้นทุนสูงกว่า เพราะเพื่อนถนัด และเคยทำขาย คนบอก อร่อย
6. ผมบอกให้จัดร้านใหม่ ไม่ต้องทำร้านใหม่ แค่จัดใหม่ให้ดีขึ้น
7. ให้เวลาไปคิด และทำใจอาทิตย์นึง จากนั้นจะลุยจริง



ต่อมา สิ่งที่ทำ
1. เปิด facebook page + update ต่อเนื่อง
2. เปิด google my business
3. จดโดเมน redirect เข้า google my business ทั้งหมดนี้คือการสร้างตัวตนให้ร้านใน online
4. ทำเมนูใหม่ print A4 ไปติด ให้คนรับรู้ (เอาง่ายๆไว้ก่อน ต้นทุนถูกดี)
5. ทำ promotion เปิดร้าน ขายราคาครึ่งเดียว > ซึ่งจากการถอดต้นทุนแล้ว ขายราคาครึ่งเดียว ก็ยังได้กำไร!! > หมายความว่าไปต่อได้แล้วนะ
6. เพื่อนกลับมาทำข้าวขาหมูที่ตัวเองถนัดคู่ไปด้วย เพราะอาหารเมนูใหม่อีกอย่างที่ทำ ขายหมดตั้งแต่ 10 โมงเช้า!!
7. ค่อยๆลด promotion ลง ทยอยปรับเข้าสู่ราคาปกติ (ที่ไม่แพง) > ผลคือ ยอดขายเพิ่มอีก กำไรก็เพิ่มอีก สองเด้ง!

8. เพิ่มวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มปริมาณขาย > ขายไม่ทัน หัวหมุนเลย > ได้ยอดขายเพิ่มอีก กำไรเพิ่มอีก
9. กำลังเชื่อม line man ,grab food, food panda อยู่ แน่นอน ขายราคาหน้าร้านได้ ไม่ปรับเพิ่ม เพราะหักค่า com ยังไงก็กำไร!!
10. มีโปรโมชั่นสำหรับคนซื้อเยอะ (จะได้ช่วยเพื่อนมาซื้อ และจะได้เป็นการซื้อเหมาด้วย เพิ่มกำไร เพิ่มยอดขาย)
11. มีโปรแรงถ้าต้องการระบาย stock (จะเก็บทิ้งทำไมครับ ขายถูกก็ยังได้กำไร ถ้าทิ้งเท่ากับขาดทุนทันที)



target ที่ผมตั้ง ผมบอกเพื่อนชัดเจน ว่าเกมผมเป็นเกมยาว คือเน้นยืนระยะยาวๆ ดังนั้น อะไรที่เราทำ เราต้องคิดระยะยาว ไม่ใช่แจกฟรี แล้วทุนหมด เจ๊ง promotion ทำได้ แต่เราต้องรู้จุดเรา ว่าเราทำได้แค่ไหน และเราจะต้องทำยังไง ให้ระยะสั้นได้ ระยะยาวก็ได้ กำไรก็ยังได้ เราต้องมีตัวเลข เราต้องมีข้อมูล ดีที่เพื่อนผมให้ข้อมูลหลายอย่างที่ตรงตามจริง ไม่บิดเบือน ทำให้การวิเคราะห์ของผมออกมาอ่านเกมขาด

อันนี้คร่าวๆก่อน หลังจากที่พิมพ์มาเริ่มยาว มาอ่านทวนแล้ว พบว่า มีอีกหลายอย่างที่ทำไปแล้ว แต่ไม่ได้พิมพ์ลงไปในนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมเป็นคนเข้าไปช่วย guide และช่วยปรับให้หมดเลย สถานะเพื่อนตอนนี้คือ เดินต่อได้แล้วครับ จากก่อนนี้ ที่จะล้มพับไปแล้ว คือ เรียกได้ว่าล้มแน่นอนและ แต่ตอนนี้กำไรวันละหลายพันแล้ว ถ้ายังไปแบบนี้ต่อ หนี้หมดแน่นอน และพร้อมจะโตต่อด้วย เพราะว่าพื้นฐานแน่นแล้ว



หลักการผมไม่ยากครับ
1.ทำแล้วต้องมีกำไร (ไม่กำไร ระยะยาวรอดยากครับ เราไม่ใช่โรงทาน)
2.คนกินแล้วต้องรู้ว่าได้อะไรจากเราไป (เพื่อนผมจะมีจุดแข็งอยู่สองสามเรื่อง ผมเอามาขยี้ให้หนักเลย แล้วย้ำกับเพื่อนว่า นี่คือจุดแข็งต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ เมื่อไรที่รักษาไม่ได้ จบแน่นอน)
3.สินค้า ราคา เหมาะกับพื้นที่ (สังเกตุดีๆ starbuck ไม่ได้เปิดถี่เหมือนอย่าง 7-11)



4.รักษามาตรฐาน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
5.ทำธุรกิจ ให้คิดยาวๆ อย่ามองวันต่อวัน เดือนต่อเดือน
6.มันคือธุรกิจ ถ้าคุณทำแล้วเอาแค่ความสุข ครับ คุณจะได้ความสุข ความฟินที่ได้ทำ นั่นคุณต้องรู้ตัวเองว่าคุณได้บรรลุสิ่งนั้นแล้ว แต่ถ้าคุณจะทำเพื่อเอากำไร คุณก็ต้องคิดให้ดี ให้ชัด ว่ากำไรมาจากไหน แล้วมันจะยั่งยืนได้อย่างไร (ย้อนไปอ่านข้างบน ว่าผมเล่นเกมยาว แต่ก็มี activity สำหรับระยะสั้นด้วยเช่นกัน)

จริงๆ ผมกำลังทำ case นี้ ให้เป็นตัวอย่างด้วย ผมก็เลยเข้าไป in detail ค่อนข้างเยอะ แต่เอาเป็นว่า มาปรึกษาได้นะครับ แต่ผมต้องเข้าใจ business และหน้างาน + พื้นที่ก่อนนะครับ ถึงจะช่วยแก้ได้ เพราะว่าแค่ละคน แต่ละ case จะมีแนวทางการที่ต่างกันด้ว



Cr. https://m.pantip.com/topic/39653609



  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
GlurGeek .Com
at GlurGeek.Com

Leave a Reply