Showcase Collaboration Diagram for Smart Hotel

ถ้าจะพูดถึง Collaboration Diagram ต้องพูดถึง Interaction Modeling ก่อน Interaction Modeling เป็นแบบจำลองในมุมมอง Dynamic  หรือ Behavior View หรือพูดง่ายๆ คือ มุมมองเชิงพฤติกรรม ที่แสดงถึงลำดับขั้นตอนการทำงานภายในระบบ ซึ่งใน Interaction Modeling จะประกอบด้วยแผนภาพย่อย Sequence Diagram และ Collaboration Diagram ทั้ง 2 แผนภาพ แสดง  Messages ที่ถูกส่งผ่านระหว่าง Objects ที่ทำงานร่วมกัน เพื่อประกอบเป็นหน้าที่การทำงานของระบบ

Sequence diagrams เน้น Message ที่เกิดขึ้นตามลำดับของเวลา

Collaboration diagrams   เน้นการเชื่อมต่อ(Link)ทางด้านโครงสร้าง ระหว่างวัตถุที่ทำงานร่วมกัน

แบบจำลองปฏิสัมพันธ์

  • อธิบายกิจกรรมที่เกิดขึ้นในระบบ
  • แสดงปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างกลุ่มของ Objects
  • อธิบายการติดต่อสื่อสารระหว่าง Objects
  • ปกติจะใช้ 1  Interaction  Diagram  เพื่ออธิบายกิจกรรมใน  1 Use Case

องค์ประกอบสำคัญที่ใช้ใน Interaction Diagram

  1. Objects Objectที่เป็นผู้ส่ง Message เรียกว่า Sender   Object ที่รับ Message และดำเนินการตาม Message เรียกว่า Receiverซึ่ง Objects ใน Interaction Diagram แบ่งได้เป็น

Concrete Object คือ Object ที่สามารถระบุตัวตนได้ (Unique Identity) ของ    Object นั้นได้

Prototypical Object คือ Object ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (Unique Identity) ของ Object นั้นได้อย่างแน่นอน  เช่น  Object ของ Class Student

การใช้สัญลักษณ์ของ Object ใน Interaction Diagram

Concrete Object

                  ชื่อ Objectชื่อ Class

Prototypical Object

                  ชื่อ Class

                        ซึ่งจะระบุใน Capture

  1. Links

เป็นสื่อกลางหรือทางเดินของ Message ที่รับ/ส่งกันระหว่าง 2 Object  (เชื่อมโยง  Object เข้าด้วยกัน)

ถ้า Class มีความสัมพันธ์ (Association) ระหว่างกันแล้วObject ของ Class นั้นก็จะมี  Link ระหว่างกันด้วย

ตัวอย่าง Interaction Diagram(Collaboration Diagram) ที่มี Link ระหว่าง Object1

  1. Message

เป็นการสื่อสารระหว่าง 2 Object

ส่วนใหญ่จะเป็นการที่ Sender Object เรียกใช้(Call) Method  ของ Receiver Object

Message แบ่งได้เป็น 5 ประเภทดังนี้

Call หรือ Simple

Message ที่ไม่ระบุรายละเอียดของวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่าง Objects

ใช้สัญลักษณ์ Capture

Return

Message ที่ใช้ส่งข้อมูลจาก Receiver กลับไปยัง Sender

(หลังจากที่ Sender ร้องขอ)

ใช้สัญลักษณ์ Capture

Synchronous

Message สำหรับเรียกใช้ Method ของ Object

โดย Sender รอจนสิ้นสุด Method

ใช้สัญลักษณ์ Capture

Asynchronous

Message สำหรับเรียกใช้ Method ของ Object

โดย Sender ทำงานต่อทันทีโดยไม่รอจนสิ้นสุด Method ใช้สัญลักษณ์   Capture

Create   Message ที่ Object ตัวหนึ่งส่งออกไปเพื่อสร้าง Object ขึ้นจาก Class ใดๆ Capture

Destroy Message ที่ Object ตัวหนึ่งส่งไปยังอีก Object หนึ่งเพื่อให้  Object ที่ได้รับ Message นั้น

ทำลายตัวเอง Capture

การกำหนดลำดับ(Sequencing)

            Sequencing  เป็นกลไกที่ใช้ในการกำหนดลำดับการเกิดขึ้นของ Message    ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เพราะกิจกรรมของระบบเกิดขึ้นจากการส่งผ่าน Messages ระหว่าง Objects ต่างๆในระบบ

ตัวอย่าง Interaction Diagram (Collaboration Diagram) ที่มีการระบุ Sequencing1

Collaboration Diagram

            Collaboration Diagram เป็นแผนภาพซึ่งแสดงปฏิสัมพันธ์(Interaction) ระหว่าง Class หรือ Object ตามลำดับขั้นตอนของเหตุการณ์  จะเน้นอธิบายโครงสร้างของ Object ว่ามีการรับส่ง Massage กันอย่างไร  ซึ่งเป็นการแสดงความร่วมมือของ Class หรือ Object อย่างชัดเจน

มีหน้าที่เดียวกับ Sequence Diagram แต่จะไม่แสดงถึงแกนเวลาอย่างชัดเจน

ขั้นตอนการสร้าง  Collaboration Diagram          

  • พิจารณาทีละ Use Case
  • ลำดับเหตุการณ์ก่อน-หลัง
  • พิจารณาเหตุการณ์ว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ของ Class/Object ใดก่อนหลัง
  • เขียน Actor ที่ทำให้เกิด Use Case นั้น
  • เขียน Class/Object ที่เกิดใน Use Case
  • ลากเส้นเชื่อม (Link) ความสัมพันธ์ระหว่าง Class และ  ใช้เส้นลูกศรกำกับ พร้อมระบุลำดับเหตุการณ์ด้วยตัวเลข   กรณีมีเหตุการณ์ย่อยใช้ค่าทศนิยม

เพิ่มเติม Control Information

  • ในส่วนแรกที่กล่าวถึง การระบุรายละเอียดของ Message
  • ในรูปแบบ [Guard Condition]Message Name
  • สามารถระบุการทำซ้ำโดยใช้รูปแบบ
  • * [Guard Condition] Message Name
  • คือ Message ถูกส่งออกไปหลายๆครั้ง
  • และ Object ที่รับอาจมีหลายๆ Object1

 

Interaction Modeling

ตัวอย่าง1

 

 

ตัวอย่าง  Collaboration Diagram1

 

สำหรับโปรเจ็คที่ทำ คือ ระบบควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องพักของโรงแรมผ่าน Mobile App

การทำงาน คือ สามารถสั่งเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น หลอดไฟ ผ้าม่าน ทีวี แอร์ ระบบป้องกัน ระบบเสียง ที่มีอยู่ในห้องพักของโรงแรม ซึ่งมีแบบทั้งควบคุมด้วยตัวเอง และ ระบบอัตโนมัติ

Collaboration DiagramUntitled Diagram

 

การทำงานคร่าวๆ คือ เมื่อผู้ใช้ทำการ login ผ่าน App App จะทำการใช้งาน web service เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลไปยัง server เพื่อยืนยันผู้ใช้ เมื่อ server ยืนยันผู้ใช้แล้ว App จะสามารถควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าเช่น หลอดไฟ ผ้าม่าน ทีวี แอร์ ระบบป้องกัน ระบบเสียง ในห้องพักของโรงแรมได้

 

บทความเพิ่มเติม https://www.glurgeek.com/education/smarthotel/

sutiti thianthong
at GlurGeek.Com
สุฐิติ เทียนทอง ID. 1550901712
นักศึกษาคณะ วิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ
ขณะนี้ทำโปรเจ็คและงานวิจัยเกี่ยวกับระบบควบคุมอุปกรณ์ใฟฟ้าในโรงแรมผ่าน Moblie App

Leave a Reply

Copyright © 2021 GlurGeek.Com. All Rights Reserved.