[TIRA] Assignment 1 รีวิวซีรีย์เรื่อง Rikuoh

Assignment 1 รีวิวซีรีย์เรื่อง Rikuoh ในเชิง Passion & Creativity & Business & Knowledge
จัดทำโดย
นายติร บุญขันธ์ 1530900536
เสนอ
อาจารย์ทศพล บ้านคลองสี่
วิชา IE.412 การจัดการสารสนเทศและบริการ
สาขาวิศวกรรมมัลติมีเดียและระบบอินเทอร์เน็ต
คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561

ASSIGNMENT 1 RIKUOH SERIES FOR MANAGEMENT KNOWLEDGE
SUBMITTED BY
TIRA BOONKHUNTHA 1530900536
PRESENT
TODSAPON BANKLONGSI
IE412 INFORMATION AND SERVICE MANAGEMENT
DEPARTMENT OF MULTIMEDIA AND INTERNET SYSTEMS ENGINEERING
SCHOOL OF ENGINEERING
BANGKOK UNIVERSITY
SEMESTER 1 YEAR 2018

บทสรุปเนื้อเรื่อง

เริ่มมาด้วยบริษัทของครอบครัวหนึ่งในชื่อ โคฮาเสะ เป็นบริษัทผู้ผลิตถุงเท้าทาบิ ที่ทำกันมานานถึง100ปี และปัจจุบันในรุ่นที่4 ของมิยาซาวา โคชิ ที่กำลังเข้าสู่วิกฤตล้มละลายเนื่องจาก ธุรกิจถุงเท้าทาบิในปัจจุบันความนิยมลดต่ำลงมาก จึงได้เข้าไปของกู้ธนาคารแต่ไม่เป็นไปตามที่หวัง นายธนาคารชื่อ ซาคาโมโต ได้บอกกลับคุณโคจิว่า ไม่ลองทำธุรกิจแบบใหม่ดูหรอ เขาจึงลองไปคิดอยู่นานจึงเกิดไอเดียการทำรองเท้าเพราะเขาไปเห็นภาพสมัยก่อนมาคือ มาราธอนทาบิ เข้าและคิดที่จะลองทำรองเท้าดูแต่ก็ยังไม่ริเริ่มทำมันจะวันหนึ่งเข้าได้ถูกชวนไปดูการแข่งวิ่งมาราธอนเข้าและได้พบกลับโมงิ นักวิ่งที่พอถึงเกือบถึงเส้นชัยแล้วเกิดบาดเจ็บที่ขาจึงต้องออกจากการแข่ง โคชิเห็นความพยายามที่จะแข่งต่อทั้งๆที่เจ็บอยู่ของโมงิจึงคิดจะทำรองเท้าให้เขาใส่ดู มันจึงเป็นจุดเริ่มของ “ริคุโอะ” พวกเขาได้ลองหลากหลายอย่างแต่ก็ยังพบปัญหาคือพื้นรองเท้านั้นไม่ทนทาน พวกเข้าจึงต้องหาพื้นรองเท้าใหม่ มาวันหนึ่งก่อนที่นายธนาคารที่คอยช่วยเหลือเข้ามาจะย้ายออกไป เข้าได้ให้อะไรบางอย่างที่อาจจะเป็นพื้นรองเท้าได้ คือ ซิลค์เรย์ มันคือรังไหมที่ทำให้เป็นของแข็ง และคนที่ถือสิทธิบัตรอยู่นั้นคือ อียาม่า เขาคือเจ้าของธุรกิจสิ่งทอที่ล้มละลายไปแล้ว แต่ด้วยก่อนที่เข้าล้มละลายเขาได้นำเครื่องที่ไว้ทำซิลค์เรย์ ไปซ่อนไว้ที่อย่างจึงอยู่ที่เขา จนในวันหนึ่งโคชิ ได้ไปพบอียาม่าก็บอกเหตุผลไปแต่ก็คว้าน้ำเหลว เขาพยายามตื้อหลายครั้งจนอียาม่าเห็นความพยายามและความมุมานะจึงเข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่งของริคุโอะ

จากวันนั้นอียาม่า โคชิ และคนอื่นๆต่างช่วยกันจนสุดฝีมือ อียาม่าได้ลูกมือมาคือไดจิ ลูกของโคชิ ซึ่งก็ช่วยได้เยอะ และวันหนึ่งริคุโอะที่สมบูรณ์ก็เสร็จ ทั้งได้หนังด้านบนจากบริษัทสิ่งทอแห่งหนึ่ง และได้ชูฟิตเตอร์จากบริษัทคู่แข่งมาด้วยเพราะทนต่อความที่ไม่สนใจนักกีฬาเลยสนแต่กำไรเพียงอย่างเดียว และได้ให้นักกีฬาโมงิใส่วิ่งได้สำเร็จและสามารถชนะในการแข่งได้ แต่ด้วยความที่ยังไม่เป็นที่รู้จักบวกกับการให้สัมภาษณ์ที่บอกว่าคู่แข่งของเขาบาดเจ็บอยู่จึงทำให้ริคุโอะยังไม่ดังขึ้นมา หลังจากนั้นบริษัทคู่แข่งอย่าง Atlantis ได้เข้ามาเจรจากับเจ้าของสิ่งทอที่ทำสัญญากับทางโคฮาเสะ และยืนข้อเสนอที่ดีกว่าจะปฏิเสธ พอโคชิรู้เข้าจึงเข้าไปสอบถามความจริงและก็ต้องตัดขาดกับบริษัทนั้นอย่างไม่มีทางเลือก ก็ต้องทางตันอีกครั้งแต่ระหว่างนั้นไดจิได้อาสาไปหาบริษัทสิ่งทอเพื่อทำด้านบนรองเท้าเอง … และด้วยเครื่องที่ไว้ทำซิลค์เรย์เกิดระเบิดอีกปัญหาจึงรุมเร้าเข้ามาอย่างมาก

วันหนึ่ง ซาคาโมโต ได้เข้ามาพร้อมข้อเสนอที่หนักใจคือสนใจจะขายบริษัทไหม คือการกลายเป็นบริษัทย่อยนั้นเอง ตอนนั้นโคชิโมโหที่ซาคาโมโตพูดแบบนั้นแต่หลังจากที่คิดทบทวนแล้วมันอาจจะเป็นทางออกเดียวของโคฮาเสะก็เป็นได้เขาจึงปรึกษากับทุกคนในบริษัทตอนแรกก็ไม่เห็นด้วยกันแต่ด้วยหลายๆอย่างจึงสนับสนุนโคชิ แต่ก็มีคนเก็บคนแก่อย่าง อาเคมิ ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมด้วยความที่รักบริษัทนี้ โคชิจึงหาข้อมูลของบริษัท Felix จึงได้รู้ว่าบริษัทลูกนั้นมีหนีมากมายแต่กลับไม่สนใจ เขาจึงตัดสินใจไม่ขายแต่ ให้เป็นข้อเสนอแทนเชิงพันธมิตรทางธุรกิจ แต่ประธานของ Felix ไม่ยอมเขาจึงพูดว่ายังมีคนสนใจที่จะใช้ ซิลค์เรย์อยู่อีกมาก หลังจากนั้นโคชิ ก็หาบริษัทที่สนใจเพื่อที่จะนำเงินมาสร้างเครื่องมืออีกครั้ง และวันหนึ่งมิโซโนะประธานของ Felix ได้โทรมายื่นข้อเสนอให้คือ ให้ยืมเงิน 300 ล้านเพื่อดำเนินธุรกิจต่อแต่ ภายใน5ปีต้องคืนเงินนั้น ถ้าไม่ได้ต้องกลายมาเป็นบริษัทย่อยของเขา พวกโคชิ ตัดสินใจอยู่นานจนคิดว่าก็อย่างดีกว่าไม่สู้เลย และชูฟิตเตอร์ได้เข้าไปคุยกับโมงิพร้อมกับนำรองเท้าคู่ที่สมบูรณ์ไปให้เขา บอกเค้าเรื่องสถานะการของโคฮาเสะและบอกเขาว่าโคฮาเสะยังสนับสนุนเขาไม่ว่าเขาจะเลือกเดินทางไหน จนวันแข่ง โมงิเดินลงมาพร้อมรองเท้า R2  แต่โคชิก็ไม่คิดอะไรมากได้เชียร์เขาอยู่ตรงนั้นจนโมงิหยุดเดินแล้วอยู่ๆก็หยิบริคุโอะขึ้นมาเปลี่ยนใส่ทำให้ประธานถึงกลับน้ำตาไหล แต่ประธานของ Atlantis ได้เข้ามาขว้างและบอกให้เขาตัดสินใจดีๆ จนถึงช่วงนักกีฬาออกมาจังหวะที่โมงิออกมาโคชิและทุกคนต่างตกใจ ที่เห็นโมงิใส่ริคุโอะออกมาพวกเขาต่างน้ำตาไหล และก็ถึงช่วงเวลาที่โมงิเริ่มวิ่งอีกครึ่ง จนใกล้ถึงเส้นชัยเขาเกิดเห็นภาพที่ตัวเองเคยเจ็บมาแต่เขาไปเห็นประธานโคชิ เชียร์เขาอยู่จึงฮึดสู้วิ่งจนได้ชัยชนะ และพอถึงตอนสัมภาษณ์เขาก็ขอบคุณคนที่อยู่ในทีมและร้านโคฮาเสะที่ทำริคุโอะให้เขาและไม่เคยทอดทิ้งเขาแม้ว่าจะบาดเจ็บ

หลังจากวันนั้นผ่านมา 6 เดือน ร้านโคฮาเสะได้ขยายใหญ่ขึ้นและได้เพิ่มพนักงานเป็น 60 คน และทำรายได้ถึง 3,000 ล้านเลยทีเดียว

Passion

ชอบในความพยายามของคนที่ท้อแท้ในชีวิต เช่นโคชิที่มีปัญหามากมายเข้ามาเกือบตลอดเวลา แต่ด้วยความพยายามและความไม่ย่อท้อจึงทำให้ผ่านอุปสรรคมาได้และชอบคำพูดของไดชิที่ว่า “ความเข้มงวดของงานและความสนุกที่เราไม่หนีความท้าทายนั่นเป็น ความสนุกในการทำงานจริง”

Creativity

          ความคิดสร้างสรรค์มีมาตั้งแต่คิดจะทำรองเท้า และก็พื้นรองเท้า จนถึงด้านบนรองเท้าเป็นการใช้ของแต่ละอย่างมาเข้ากันจนเกิดเป็นริคุโอะ

Business

          ทางด้านธุรกิจนั้นก็มีทางโคฮาเสะเองที่ต้องการทำผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อต่อชีวิตธุรกิจนี้ อย่าง Atlantis ก็พยายามขัดขวางคู่แข่งทางการค้าออกและสนับสนุนคนที่ทำกำไรได้เท่านั้น อย่าง Felix ก็คล้ายๆ Google ที่กว้านซื้อบริษัทต่างๆมา เพื่อผลประโยชน์

Knowledge

          การนำสิ่งที่คนรุ่นก่อนทำไว้มาพัฒนาเป็นรองเท้าริคุโอะ คือ มาราทอนทาบิ และสิ่งที่คนรุ่นก่อนทิ้งเอาไว้ ความรู้เรื่องการวิ่งแบบ “Midfoot Strike” ที่จะทำให้อาการบาดเจ็บลดน้อยลง หรือจะเป็นความรู้ที่นำรังไหมมาทำ ซิลค์เรย์

 

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
TIRA BOONKHUNTHA
at GlurGeek.Com

Leave a Reply