[PARICHAT] รีวิวซีรีย์เรื่อง Rikuoh ในเชิง Passion & Creativity & Business & Knowledge

***เรื่องย่อ***
Miyazawa Koichi เป็นประธานบริษัทผลิตถุงเท้าทาบิ(ถุงเท้าที่แยกนิ้วโป้งกับนิ้วอื่น สำหรับใส่กับเกี๊ยะ) บริษัทมีประวัติยาวนาน 100 กว่าปี และประธานเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว

แต่ความต้องการถุงเท้าลดลงทุกปี เขาเลยตัดสินใจให้บริษัทมีส่วนช่วยในการพัฒนารองเท้าวิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนวิ่งเท้าเปล่า แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่ขาดทั้งกำลังคน และทุนในการพัฒนาที่จะแข่งขันกับบริษัทใหญ่ๆ ได้

รีวิว

Passion

ทุกตัวละครมีบทบาทของตัวเองที่มีความตั้งใจแน่วแน่กับเป้าหมาย เช่น ประธานมิยาซาวะมีความตั้งใจที่จะรักษาธุรกิจที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 100ปี ของครอบครัวไว้ เพราะเล็งเห็นว่าในเป็นปัจจุบันสินค้าที่บริษัทผลิตล้าสมัย ไม่นิยมใช้กันแล้ว ก็มองหาลู่ทาง ทำสินค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท ซึ่งก็คือการผลิตรองเท้าริคุโอ โดยอาศัยจุดแข็งและความชำนาญในการทำงานที่ตนมี ไม่ยอมแพ้กับหนี้สินและอุปสรรคต่าง ๆระหว่างทางที่เข้ามา ใส่ใจกับตัวพนักงานและรับฟังความคิดเห็นจากพนักงาน เพราะพนักงานก็มีความรัก มีความผูกพัน ความหวังดีกับร้านโคฮาเสะเป็นอย่างมาก หรือว่าจะเป็นตัวของไดจิ ลูกชายของมิยาซาวะ เป็นตัวละครที่เราได้เห็นพัฒนาการทางความคิดของเขา ซึ่งจะเห็นว่าไดจิไม่มีความที่จะสนใจหางานก็สมัครไปแบบว่านไปทั่ว พ่อจึงให้ทำงานที่โรงงานไปก่อนตัวไดจิเองก็เรียนจบด้านวิศวะกรมาจึงมีความเชี่ยวชาญในด้านการใช้เทคโนโลยีต่างๆเขาจึงไปควบคุมขั้นตอนการผลิตจนกว่าจะได้งานนอกแต่สุดท้ายแล้วพอเขาได้ลองทำเขาก็ชอบในความสนุกของความท้าทายในการทำงานสิ่งนี้ทำให้passion ของเขาชัดเจนมากยิ่งขึ้น จริงๆแล้วตัวไดจิเองก็รักบริษัทของครอบครัวและตั้งใจที่จะสืบทอดบริษัทนี้ แม้จะดูเหมือนดื้อรั้น ไม่ยอมรับก็เป็นเพราะว่าเป็นห่วงพ่อที่ทำงานหนักเพื่อปกป้องบริษัทนั่นเอง หรือตัวละครโมงิที่เป็นนักวิ่งมาราธอน ที่มีความแน่วแน่ตั้งใจที่จะเป็นนักวิ่งแม้จะเคยบาดเจ็บมาแล้วก็ตาม และโมงิได้ให้สัญญากับมิยาซาวะว่าจะวิ่งไปด้วยกันจนประสบความสำเร็จไปด้วยกัน แม้ว่าระหว่างทางมีเรื่องไม่สามารถทำตามความสัญญานั้นแต่สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จและรักษาคำสัญญานั้นได้เป็นอย่างดี หรือตัวละครมุราโนะที่เป็นชูฟิตเตอร์ให้กับบริษัท Atlantis แต่เขาก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นชูฟิตเตอร์ที่ดี ออกแบบรองเท้าให้เหมาะสมกับคนใช้งาน แม้ว่าเค้าจะต้องมีข้อขัดแย้ง และลาออกจากบริษัท Atlantisก็ตาม

Creativity

เริ่มจากคิดไอเดียเรื่องมาราธอนทาบิถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ในส่วนนี้คงต้องยกให้ ริคุโอ เป็นพระเอก เป็นการนำจุดเด่นและข้อดีของการทำถุงเท้าทาบิมาพัฒนาให้เป็นรองเท้าวิ่งที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุดเด่นคือเป็นรองเท้าที่ทำให้เกิดความบาดเจ็บได้ยาก ให้ความรู้สึกเบาและพอดีเท้า เป็นรองเท้าที่ให้ความรู้สึกเหมือนวิ่งเท้าเปล่า ในช่วงที่เริ่มพัฒนารองเท้าก็มองเห็นปัญหามากมายแล้วก็ค่อยๆตามแก้ไขแต่ละจุด ทั้งการดีไซน์ที่เริ่มใหม่และในส่วนของพื้นรองเท้าที่อิงการวิ่งแบบ Midfootจึงใช้พื้นยางแต่พอใช้พื้นยางมันก็มีขีดจำกัดจากนั้นได้แก้ปัญหาโดยการเอานวัตกรรมซิลค์เรย์มาใช้สำหรับเป็นพื้นรองเท้าเป็นการนำวัตถุดิบที่คงความเบาของรองเท้าเอาไว้แต่กว่าจะได้พื้นรองเท้าที่มีความแข็งพอดีนั้นก็มีการทดลองหลายต่อหลายครั้งกว่าจะทำได้สำเร็จ หลังจากนั้นพอนักกีฬาโมงิได้ลองใส่ก็มีจุดบกพร่องตรงส่วนหัวของรองเท้าจากนั้นได้นำมาปรับเปลี่ยนการดีไซน์และวัตถุดิบส่วนหัวของรองเท้าใหม่จึงได้นำผ้าที่ถักด้วยดับเบิ้ลรัซเซลมาใช้

 

Business

ทำให้เราเล็งเห็นว่าการที่เราจะสร้างธุรกิจใดธุรกิจนึงมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ในการสร้างธุรกิจมันมีตัวแปรมากมายเมื่อเรายืนอยู่ในจุดที่เป็นประธานเราจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแบบเร่งด่วนหรือจะเป็นปัญหาในระยะยาวเรามีแผนการดำเงินงานแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร หรือแม้จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบริษัทเราจะทำอย่างไรให้พนักงานของเรามีความเชื่อมั่นในตัวเราและบริษัทของเรา ในการทำธุรกิจมักมีความเสี่ยงอยู่เสมอเราต้องรู้จักจุดอ่อนและจุดแข็งของบริษัทเราและบริษัทคู่แข่งดึงประสิทธิภาพจากเรื่องพวกนี้มาพัฒนาบริษัทของเราให้ได้มากที่สุด นอกจากเรื่องพวกนี้แล้วมีอีกส่วนคือการเจรจาทางธุรกิจเราต้องคิดให้รอบคอบศึกษาข้อมูลให้ดีๆก่อนที่จะตัดสินใจอะไร

 

Knowledge

-อย่างแรกเลยคือการได้รู้จักถุงเท้าทาบิ คือมีรูปแบบยังไง ถูกผลิตขึ้นมาแบบไหน

-เป็นในส่วนของการวิ่ง ทั้งการวิ่งแบบ Heel Strike (การลงส้น), การวิ่งแบบ Midfoot Strike , แถมได้รู้จักโฮโม เซเปี้ยนอีกด้วย

-ในเรื่องของเทคโนโลยีและวัสดุต่างๆที่เขานำมาใช้ทำรองเท้า

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
PARICHAT NASAMAI
at GlurGeek.Com

Leave a Reply