[KRITTIN] รีวิวซีรีย์เรื่อง Rikuoh ในเชิง Passion & Creativity & Business & Knowledge

เรื่องย่อ

Miyazawa Koichi เป็นประธานบริษัทผลิตถุงเท้าทาบิ(ถุงเท้าแนวญี่ปุ่น) บริษัทมีประวัติยาวนาน 100 กว่าปี แต่ความต้องการถุงเท้าลดลงทุกปี  เขาเลยตัดสินใจให้บริษัทมีส่วนช่วยในการพัฒนารองเท้าวิ่ง แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่ขาดทั้งกำลังคน และทุนในการพัฒนาที่จะแข่งขันกับบริษัทใหญ่ๆ ได้

Passion :

ตอนที่นักวิ่งได้วิ่งในตอนแรก แล้วได้มีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังทำให้ไม่สามารถวิ่งให้ถึงเส้นชัยได้ ในตอนนั้นเองที่ประธานได้เห็นความพยายามและไม่ยอมแพ้ของตัวนักวิ่งนั้น จึงเกิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาในใจ ว่าจะต้องทำรองเท้าวิ่งที่แก้ปัญหาในจุดนี้ได้ จึงเกิดความคิดที่อยากจะทำรองเท้าวิ่งและต้องทำให้ได้ตามที่นายธนาคารแนะนำเขา เพื่อจะได้รักษาธุรกิจอันยาวนานของครอบครัว

Creativity :

ตอนที่ประธานได้คิดรู้แบบหรือแนวทางของรองเท้าวิ่งที่จะผลิต ก็เลยเกิดคอนเซ็ปขึ้นมาว่ารองเท้าวิ่งที่คู่ควรนั้น จะต้องมีความเบาเพื่อให้รู้สึกเหมือนว่า วิ่งแบบเท้าเปล่า และรองเท้าต้องมีความบาง เพื่อให้เข้ากับการวิ่งแบบ Midfoot strike ตามที่เขาตั้งใจ และก็ได้ส่วนประกอบอีกมากมายที่นำมารวมกันเป็นรองเท้าวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นรองเท้า ที่ทำจากรังไหมที่ทั้งเบาและแข็งแรง และผ้าที่เบาและบาง แต่แข็งแรงยืดหยุ่นได้ดีที่ลูกของประธานได้หามา เมื่อนำมารวมกันแล้ว ผลลัพธ์ออกมาตามที่เขาหวัง ผมก็เลยคิดว่าเขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกส่วนประกอบต่างๆ อาจจะมองว่าเขาไม่ได้ใช้ความคิดในการเลือกพื้นรองเท้าเท่าไหร่        แต่ผมมองว่าเขาได้คิดและเลือกแล้วเพราะเขาไม่ได้มีความคิดที่จะเปลี่ยนเลยเมื่อได้เจอพื้นที่ทำมาจากรังไหมนั้น จึงตื้อจนได้มาสำเร็จ

Business :

การบริหารธุรกิจของประธานทั้งในเรื่องการแก้ไขปัญหา ทั้งความอดทน การคุมคน การหาช่องทางต่างๆ

เพื่อให้ธุรกิจในดำเนินไปได้  ผมคิดว่ามีอยู่ 2 ตอนที่ทำให้รู้สึกว่าเขาบริหารได้ดี ตอนที่เขานั่งประชุมกันเรื่องรองเท้า ประธานก็ได้คิดว่าจะทำแค่พื้นรองเท้าขาย ซึ่งนี่เป็นการพลิกแพลงจนทำให้มีรายได้เข้ามาบ้าง ทำให้ติดเป็นสินค้ายอดฮิตในขณะนั้น และตอนที่เขาตกต่ำหลักจากที่เครื่องทำรองเท้าไฟไหม้ เลยทำให้ไม่สามารถผลิตรองเท้าได้อีก เลยทำให้การทำรองเท้าเดินต่อไปไม่ได้ ตอนแรกเขาตัดสินใจจะขายบริษัท แต่จากคำพูดของที่ปรึกษาทำให้เขาได้พลิกแพลง จนเปลี่ยนมาเป็นการทำธุรกิจร่วมกัน ผลสุดท้ายแล้วก็ไม่ต้องขายบริษัท

Knowledge :

ความรู้ที่ผมได้จากเรื่องนี้ หลักๆก็จะมีอยู่ 4 ข้อด้วยกัน

1.ความอดทน – ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เจอไม่ว่าจะเกิดปัญหากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ปัญหาหนักหรือเบาเขามีความอดทนมากๆ

2.ความเชื่อมั่น– เชื่อมั่นในทุกคนในบริษัท เชื่อมั่นว่าจะทำได้สำเร็จ รวมถึงคำพูดนั้นทั้ง คนพูดและคนฟังก็เชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน

3.การวางแผน – ในการดำเนินงานนั้นต้องใช้ส่วนประกอบมากมาย เช่น คน เงิน อุปกรณ์ และอื่น มาผสมรวมกัน ซึ่งจะต้องวางแผนให้ดีมากๆ ว่าจะต้องทำยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด และคุ้มค่ามากที่สุด

4.ความเป็นญี่ปุ่น – ทั้งวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ทำให้รู้สึกว่าเป็นประเทศที่ดีและน่าอยู่มาก

เรื่องนี้ให้อะไรกันเราไว้มากมาย ทุกๆอย่างที่ดูมา ผมคิดว่ามันสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันเราได้หมดเลยครับ ทั้งแรงบันดาลใจ การวางแผน การบริหาร การวางตัว การใช้ชีวิต อดทน การแก้ปัญหา การเชื่อมั่น การคิด และอีกมากมาย เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์แนวธุรกิจที่ดีมากๆ แถมยังไม่น่าเบื่ออีกด้วย เชื่อได้ว่ามีอีกหลายๆคนที่คิดเหมือนผมครับ 100/100 ไปเลยครับ

ลิงค์วิดีโอ : https://drive.google.com/open?id=1pDwiLSJKj-xUpyaXoFuYIHJJtg5c4ARA

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
KRITTIN PAKDEEMAHAKUN
at GlurGeek.Com
ปีการศึกษาที่4
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

Leave a Reply