มาแนะนำตัวโดยใช้ Loops และ Switch case กันดีกว่า

header

หลายคนมักจะมองว่าการเขียนโปรแกรมเป็นเรื่องที่ยาก เพราะต้องทำความเข้าใจในภาษาใช้ โดยภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมนั้น มีด้วยกันหลายภาษา เช่น ภาษาPython , ภาษาJava และ ภาษาC/C++ เป็นต้น แต่ละภาษานั้นต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ไม่น้อย จนบางคนอาจถอดใจจนเลิกไปหรือแม้แต้เกลียดการเขียนโปรแกรมเลยก็ได้ ซึ่งการเขียนโปรแกรมจริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากเราทำความเข้าใจในรูปแบบและหลักการในการเขียน

โดยก่อนที่เราจะมาเขียนโค้ดแนะนำตัวเองด้วยการใช้ Loops และ Switch case นั้น ก่อนอื่นเราต้องมาเข้าใจรูปแบบและหลักการของ Loops และ Switch case กันก่อน

 

Loops

Loops จะประกอบไปด้วย

1.for : เป็นลูปที่เหมาะกับการที่รู้จำนวนการวนลูปที่แน่ชัด โดยจะมี ส่วนการกำหนดค่าเริ่มต้นเพื่อวนลูปเช็คค่านั้นว่าเป็นจริงหรือเท็จ ถ้าเป็นจริงก็จะทำในลูป ทำเสร็จจะมีการเปลี่ยนแปลงค่าที่ใช้วนลูป แล้วจะตรวจสอบค่านั้นอีกไปเรื่อยๆจนเป็นเท็จจึงจะออกจากลูป

for ( ค่าเริ่มต้น : เงื่อนไข : ค่าเปลี่ยนแปลง ) {

คำสั่ง;

}

 

2.while : ใช้เมื่อเราไม่รู้จำนวนที่แน่นอนในการวนลูป โดยการตรวจสอบเงื่อนไขก่อน ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงจะเข้าไปในลูปทำชุดคำสั่งต่างๆภายในลูปจนเมื่อทำเสร็จแล้ว จะวนกันไปทดสอบเงือนไข ถ้ายังเป็นจริงก็จะวนไปเรื่อยๆ ทำจนกว่าเงื่อนไขจะเป็นเท็จ จึงออกจากลูป

while ( เงื่อนไข ) {

คำสั่ง;

}

 

3.do…while : ใช้รูปแบบการใช้คล้ายๆ while แตกต่างกันที่ do..while จะทำชุดคำสั่งก่อนแล้วตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าเงื่อนไขยังเป็น จริง อยู่ก็จะวนทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะตรวจสอบเงื่อนไขแล้วเป็น เท็จจึงจะออกจากลูป

do {

คำสั่ง;

} while ( เงื่อนไข )

 

Switch Case

Switch คือ คำสั่งสำหรับการสร้างเงื่อนไขแบบเลือก โดยจะทำการตรวจสอบเงื่อนไขว่าตรงกับค่าในcaseใด แล้วจึงไปทำตามคำสั่งในcaseนั้นๆ แต่ถ้าหากไม่เข้าcaseใดๆเลย โปรแกรมจะไปทำงานที่default โดยอัตโนมัติ และสิ่งหนึ่งที่มักจะใช้คู่กับswitch คือคำสั่ง break ซึ่งเป็นคำสั่งที่ใช้ในการบอกให้โปรแกรมหยุดทำงาน

switch ( ค่าตัวแปร ) {

case ค่าตัวแปร_1 : คำสั่ง ; break;

case ค่าตัวแปร_2 : คำสั่ง ; break;

.

.

.

default : คำสั่ง ;

}

 

เราก็ได้รู้จักรูปแบบและหลักการของ Loops( for , while , do…while ) และ Switch case กันไปแล้ว ดังนั้นต่อไปเรามาลองเขียนโค้ดแนะนำตัวกันเลยดีกว่า

 

1

2

 

จากโค้ดจะเห็นได้ว่า มีการนำคำสั่ง strcmp มาใช้ในการเปรียบเทียบString 2 ชุด โดยมีการใส่ == 0 เพื่อเช็คว่ามีค่าเท่ากันหรือไม่ โดยมีรูปแบบคือ

strcmp ( string_1 , string_2)

 

ต่อไปเรามาดูผล output กันบ้างดีกว่า

กรณีตอบ yes :

yes

กรณีตอบ no :

no

 

สามารถดาวน์โหลดโค้ดได้ที่นี่ :

https://drive.google.com/file/d/0B0puKhOqrp0vSmxtREdDY0ZldlU/view?usp=sharing

 

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Rutchaneewan Kowirat
at GlurGeek.Com
Hello everyone !!
My name is Rutchaneewan Kowirat.
You can call me Milk.
I live in Thailand.
I'm studying at Bangkok University.
My major was Computer Engineering.
My hobby is read a novel.
Nice to meet you.

Leave a Reply